1. หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ (ที่ไม่เป็นขบวนการ)
หลอกขายสินค้า/บริการออนไลน์แล้วไม่ส่งของหรือของไม่ตรงปก โดยไม่เป็นขบวนการ
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
อ้างอิงจากประกาศอย่างเป็นทางการ (thaipoliceonline.go.th / ศูนย์ AOC 1441) — แหล่งที่มากำกับทุกรายการ
หลอกขายสินค้า/บริการออนไลน์แล้วไม่ส่งของหรือของไม่ตรงปก โดยไม่เป็นขบวนการ
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
ปลอมหรือสวมรอยเป็นคนรู้จักหรือบุคคลอื่นเพื่อขอยืมเงิน
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
สร้างความสัมพันธ์ออนไลน์จนสนิทใจแล้วหลอกให้โอนเงิน
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
อ้างว่าถูกรางวัลหรือมีสิทธิพิเศษ ให้โอนค่าธรรมเนียม/ภาษีก่อนรับรางวัล
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
อ้างปล่อยกู้ง่าย ดอกเบี้ยต่ำ แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าค้ำประกันล่วงหน้า
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
ชวนทำงานออนไลน์/ทำภารกิจ ให้สำรองเงินเข้าไปก่อนแล้วเชิดเงินหนี
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ขู่ว่าพัวพันคดี แล้วหลอกให้โอนเงิน “ตรวจสอบ”
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี), กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม / ศูนย์ AOC 1441 (เคสตัวอย่างจริง)
เจาะระบบหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบเพื่อฉ้อโกงหรือกรรโชกทรัพย์
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
เข้ารหัสข้อมูลของเหยื่อแล้วเรียกค่าไถ่เพื่อปลดล็อก
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
อ้างเป็นหน่วยงาน/บริษัท ส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปควบคุมเครื่องแล้วดูดเงินจากบัญชี
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี), กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม / ศูนย์ AOC 1441 (เคสตัวอย่างจริง)
หลอกลวงเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีหรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
ชวนลงทุนผ่านแพลตฟอร์มหรือแอปปลอม ล่อด้วยผลตอบแทนสูงเกินจริง
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
หลอกขายสินค้า/บริการโดยกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำเป็นขบวนการ
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
หลอกลงทุนลักษณะแชร์ลูกโซ่หรือระดมทุนฉ้อโกงประชาชน
ที่มา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำสั่ง ตร. ที่ 182/2566 — 14 ประเภทคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
🚩 อ้างเป็นเจ้าหน้าที่/หน่วยงาน
มิจฉาชีพมักอ้างเป็นตำรวจ ธนาคาร ไปรษณีย์ หรือหน่วยงานรัฐ — หน่วยงานจริงไม่โทรมาแจ้งคดีหรือขอข้อมูลทางโทรศัพท์ ให้วางสายแล้วโทรกลับเบอร์ทางการเอง
🚩 ขู่ให้กลัว (มีคดี/จะถูกจับ)
การขู่ว่าพัวพันคดี มีหมายจับ หรือบัญชีถูกอายัด คือเทคนิคสร้างความตื่นตระหนกให้เหยื่อตัดสินใจโดยไม่ทันคิด
🚩 เร่งรัด ห้ามวางสาย ห้ามปรึกษาใคร
โจรจะบีบให้รีบทำ "เดี๋ยวนี้" และห้ามเล่าให้ใครฟัง เพราะถ้าเหยื่อมีเวลาคิดหรือถามคนรอบข้างจะรู้ทัน
🚩 ขอข้อมูลส่วนตัว/OTP
เจ้าหน้าที่จริงไม่ขอเลขบัตรประชาชน เลขบัญชี รหัสผ่าน หรือ OTP ทางโทรศัพท์เด็ดขาด
🚩 ให้โอนเงินไป "บัญชีปลอดภัย"
ไม่มีหน่วยงานไหนให้โอนเงินไป "บัญชีปลอดภัย" เพื่อตรวจสอบ — คำนี้คือสัญญาณโจร 100%
🚩 ให้กดลิงก์/ติดตั้งแอปแปลก
ลิงก์หรือแอปที่ส่งมาให้ติดตั้งมักเป็นแอปดูดเงิน ควบคุมเครื่องระยะไกล — ติดตั้งแอปจากสโตร์ทางการเท่านั้น
🚩 โอนสายต่อให้ "ตำรวจ/เจ้าหน้าที่"
การโอนสายต่อให้ "ร้อยเวร" หรือ "เจ้าหน้าที่ระดับสูง" คือละครหลายบทบาทของแก๊งเดียวกัน หน่วยงานจริงไม่ทำแบบนี้
🚩 ผลตอบแทนสูงเกินจริง
การันตีกำไรสูงๆ ในเวลาสั้นๆ โดยไม่มีความเสี่ยง ไม่มีอยู่จริง — การลงทุนจริงต้องมีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.